พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน กลไกสำรองรับมือความเสี่ยง เปรียบเหมือนขยายวงเงินบัตรเครดิต
เอกชน มอง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน เป็นกลไกสำรองรับมือความเสี่ยง เปรียบเหมือนการขยายวงเงินบัตรเครดิต ชี้! ต้องระวังการใช้ มีมาตรการดูแล ติดตามชัดเจน
นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงแนวคิดของภาครัฐในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินวงเงิน 5 แสนล้านบาท ว่า ในภาพรวมของ ส.อ.ท. ยังไม่ได้มีการหารือร่วมกันอย่างเป็นทางการ แต่ในมุมมองส่วนตัว เห็นว่าเป็นการเตรียมเครื่องมือของภาครัฐไว้รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต โดยเฉพาะในภาวะที่ยังมีความเสี่ยงทั้งจากปัญหาพลังงานและปัจจัยอื่นที่อาจตามมา การขยับเพดานหนี้จึงเป็นการสร้างความพร้อม เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการได้อย่างรวดเร็วหากเกิดความจำเป็น
“ผมมองว่า เป็นเหมือนการขยายวงเงินบัตรเครดิตไว้ก่อน เผื่อมีความจำเป็นในอนาคต ไม่ได้แปลว่าต้องใช้เต็มวงเงิน ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรใช้ แต่การมีเครื่องมือไว้จะช่วยให้รัฐรับมือสถานการณ์ได้ทันที อย่างไรก็ตาม การใช้ต้องระมัดระวัง ไม่ให้เป็นภาระการคลัง และถ้าจะใช้ควรใช้ให้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะให้เงินหมุนในซัพพลายเชนหลายทอด ไม่ใช่ใช้แล้วจบในทอดเดียวหรือไหลออกต่างประเทศ”
ในส่วนของความคุ้มค่าของการกู้เงิน มองว่าการมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบไม่ใช่ประเด็นเดียว แต่ต้องดูว่าเงินถูกนำไปใช้ในลักษณะที่ก่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจหรือไม่ หากเป็นการลงทุนที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานหลายระดับ จะช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อภาคการผลิตและการจ้างงาน แต่หากใช้ในลักษณะจบเพียงครั้งเดียว เช่น การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศโดยไม่เกิดการต่อยอดในประเทศ ก็จะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
สำหรับประสบการณ์ในอดีต มองว่าการกู้เงินผ่าน พ.ร.ก. ของรัฐบาลที่ผ่านมา มีส่วนช่วยประคองเศรษฐกิจไทย แม้จะไม่ได้เติบโตในระดับสูง แต่ก็ไม่ถึงขั้นติดลบ โดยเชื่อว่าเป็นผลจากการมีหลายภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คอยให้ข้อเสนอแนะและติดตามการใช้งบประมาณอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามว่า หากในรอบนี้มีการกู้เงินจริง ควรมีมาตรการกำกับดูแลและติดตามการใช้เงินอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดหรือไม่นั้น ก็เชื่อว่า ส่วนตัวมีความเชื่อมั่นต่อทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลปัจจุบัน ที่มีการทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด และเปิดรับข้อเสนอแนะเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งจะช่วยให้การใช้เงินและมาตรการต่าง ๆ สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ตรงจุดมากขึ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB